Section outline


  •    

          จุดเริ่มต้นของ AI มีที่ไปที่มาอย่างไร ?

              เกิดขึ้นในปี 1950 เมื่อ Alan Turing ตั้งคำถามว่าเครื่องจักรสามารถคิดเองได้หรือไม่ ต่อมาในปี 1956 มีการพัฒนา Logic Theorist ซึ่งถือเป็น AI โปรแกรมแรกของโลก ในช่วงปี 1960-1970 เทคโนโลยีการจดจำรูปแบบและ AI ขั้นสูงได้รับการพัฒนาเป็นรากฐานสำคัญปลายทศวรรษ 1990 อินเทอร์เน็ตทำให้เข้าถึงข้อมูลจำนวนมาก ส่งผลให้ Machine Learning เปลี่ยนจากการใช้ความรู้มาเป็นการใช้ข้อมูลเป็นหลัก ช่วงปี 2000 เห็นการเติบโตของ Deep Learning และในทศวรรษ 2010 AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันปี 2021 เกิด Generative AI ที่สร้างเนื้อหา ภาพ และเสียงได้ เช่น GPT สำหรับการสร้างข้อความ, DALL-E สำหรับสร้างภาพ และ Whisper สำหรับจดจำเสียง นอกจากนี้ยังมี Microsoft Copilot ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในชีวิตประจำวัน การเข้าใจพื้นฐานของ AI จึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้อย่างเต็มที่

  • AI ฉลาดจริงหรือแค่ถูกฝึก?

    แก่นแท้ของ AI คือความฉลาดที่แสดงออกมาโดยซอฟต์แวร์หรือเครื่องจักรในการทำงานที่ปกติต้องใช้สติปัญญาของมนุษย์ แต่ AI ไม่ได้มีความฉลาดในแบบเดียวกับมนุษย์ มันเพียงแค่ทำตามคำสั่งหรืออัลกอริทึมที่ถูกโปรแกรมไว้ และเรียนรู้จากข้อมูลผ่านการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพให้ดีขึ้น เช่น การตอบสนองต่อคำสั่งในโทรศัพท์มือถือหรือการเล่นหมากรุก

    AI ในชีวิตประจำวัน

    AI มีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น แอป Social Media ที่ใช้การเรียนรู้ของเครื่องเลือกเนื้อหาที่จะแสดงให้ผู้ใช้เห็น หรือแอป Streaming ที่เลือกแนะนำรายการให้ผู้ใช้ดู อย่างไรก็ตาม AI ในภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดบางครั้งอาจแสดงให้เห็นถึงความสามารถที่จะเกินกว่าความเป็นจริง ทั้งนี้การนำเสนอเหล่านี้เป็นเพียงการตีความทางศิลปะเท่านั้น และไม่ควรเข้าใจว่าเป็นความสามารถที่แท้จริงของ AI

    ความแตกต่างระหว่าง AI และสติปัญญาของมนุษย์

    AI ไม่มีสติสัมปชัญญะ อารมณ์ หรือความสามารถในการเข้าใจบริบทในแบบเดียวกับมนุษย์ มันเป็นเพียงเครื่องมือที่พัฒนาและควบคุมโดยมนุษย์ การเข้าใจว่า AI คืออะไรจึงสำคัญเพื่อแยกแยะข้อเท็จจริงกับความเชื่อได้



  •            "ความรู้เมื่อเทียบกับความฉลาด"

                       ได้อธิบายถึงความแตกต่างระหว่างความรู้และความฉลาด โดยใช้การทดลองห้องจีนเป็นตัวอย่างหลัก เพื่อแสดงให้เห็นว่า AI หรือเครื่องจักรอาจมีความสามารถในการตอบสนองตามรูปแบบ แต่ไม่ได้หมายความว่าเข้าใจภาษาหรือบริบทจริงๆวิดีโอเน้นว่า ความรู้คือการเข้าใจข้อมูลและโลกรอบตัวเรา ส่วนความฉลาดคือการนำความรู้ไปใช้ในทางสร้างสรรค์หรือการแก้ปัญหา ตัวอย่างการใช้งาน AI เช่น ในกระบวนการรักษาทางการแพทย์ที่ AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาได้มากขึ้น 
     บทสรุป การมีข้อมูลที่เพียงพอเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับ AI ในการพัฒนาและให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ ข้อมูลเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนความสามารถของ AI